สังเกตตัวเอง โรคทิ้งของไม่ลง รกเต็มบ้าน ใครเป็นอยู่ฝากเตือนด้วย

Publish 2019-02-16 20:10:11


รู้หรือไม่การที่คนเราชอบเก็บสิ่งของต่างๆ เอาไว้ ไม่กล้าทิ้งอะไรเลย "นั่นก็ยังดี นี่ก็ใช้ได้" ยึดติดว่าทุกชิ้นเป็นของสำคัญ จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน จนทำให้บ้านสวยๆ กลายเป็นโกดังเก็บของไปซะอย่างงั้น แต่ความจริงแล้วมันใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป ในทางจิตเวช ถือเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่งซึ่งเรียกว่า โรคเก็บสะสมของ หรือ Hoarding disorder ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวช คนเป็นกันเยอะมาก บางบ้านนั้นน่าเสียดาย ซื้อบ้านดีๆ อยู่ แต่ทำบ้านเน่าเต็มไปด้วย “ขยะ” ที่ตัวเองเรียกว่า “ของสะสม” บางคนก็ขยันไปเดินซื้อขยะของเก่ามือสองเข้าบ้านทุกสัปดาห์ ทั้งที่ยังบอกตัวเองไม่ได้ว่าซื้อมาทำไม เพียงแต่บอกว่ามันราคาถูก มันหายาก มันอยากได้มานานแล้ว จนบ้านกลายเป็นโกดังเก็บของไปทุกตรางนิ้ว ไม่เว้นแม้แต่ข้างที่นอนของตัวเอง

 

 



 

Hoarding disorder หรือโรคสะสมของนั้น ไม่จำกัดเพียงวัตถุ สัตว์เสี้ยงก็นับรวมเช่นกัน Cat hoarding บางบ้านเลี้ยงแมวเอาไว้เป็นสิบตัวจนเหม็นฉี่แมวไปทั้งบ้าน Dog hoarding ก็เลวร้ายไม่ต่างกัน หมานับสิบตัวเต็มบ้านเสียงเห่าและกลิ่นขับถ่ายรบกวนเพื่อนบ้าน 

โรคนี้เกี่ยวข้องกับสภาพจิตของคนนั้นๆ ด้วย ซึ่งเป็นเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวชเพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM 5) เมื่อปี พ.ศ. 2556 บางคนนั้นคุ้มดีคุ้มร้าย บางครั้งดีก็ดีมาก เวลาวีนแตกก็ทำตัวร้ายจนคนวิ่งหนีแม้แต่คนใกล้ตัว พบได้ประมาณ 2-5% ในคนทั่วไป มักพบในคนโสดหรือครอบครัวแตกแล้วอยู่ตัวคนเดียวมากกว่าคนมีชีวิตคู่ เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยรุ่น และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุอาการของโรคก็จะรุนแรงขึ้นด้วย  ทำให้ประสิทธิภาพการตัดสินใจและการใช้เหตุผลที่ดีลดลง แต่สวนทางกับสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยงที่สะสมเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนรบกวนชีวิตประจำวัน

 

 



 

 

ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งมักพบว่ามีความผิดปกติทางสมอง จากด้วยเพราะอายุที่มากขึ้น หรือมีอาการโรคสมองเสื่อม หรือสมองบางส่วนทำงานลดลง ส่งผลต่อการคิดและการตัดสินใจ ผู้ป่วยส่วนมากมักจะมีความคิดว่าการกระทำของตัวเองนั้นถูกต้อง แต่คนอื่นนั้นผิดไปหมดทุกเรื่อง นอกจากนี้แล้ว ยังพบว่าอาการชอบเก็บสะสมของนั้นยังเกิดขึ้นได้กับคนที่เป็นโรคอื่น ๆ ด้วย เช่น 

1. โรคย้ำคิดย้ำทำ หนึ่งในสามของคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ เป็นโรคชอบเก็บสะสมของด้วย 

2. โรคสมองเสื่อม บางคนที่เป็นก็มีอาการชอบสะสมสิ่งของ 

3. โรคซึมเศร้า อาจทำให้เราหมดความสนใจในกิจวัตรประจำวัน ทำให้เราไม่มีสมาธิ และตัดสินใจยาก

4. โรคไบโพลาร์ อาจทำให้เราช้อปปิ้งมากเกินไปและมีปัญหาในการจัดการ 

5. โรคจิตเภท อาจทำให้เรามีความเชื่อแปลก ๆ และจัดการได้ไม่ดี

ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมชอบสะสมของได้ และความบกพร่องทางการเรียนรู้ อาจทำให้เรามีปัญหาเกี่ยวกับความคิดและความจำ

 

 

เมื่อนักจิตวิทยาวิเคราะห์ ถึงเหตุผลลึก ๆ ของคนป่วยโรคเก็บสะสม ก็พบว่า บางคนหลังจากที่ประสบกับเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก หย่าร้าง ไฟไหม้บ้าน ก็อาจจะเริ่มมีอาการเก็บสะสมของด้วย ทั้งนี้เพราะพวกเขากลัวว่าจะต้องสูญเสียอะไรไปอีก บางคนที่โตมาในครอบครัวฐานะยากจนจะมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเงินพอหรือไม่มีทางมีเงินพอที่ซื้อของใหม่แน่ ๆ จึงเก็บสะสมของทุกอย่างที่ขวางหน้า

 

โรคเก็บสะสมของจะมีลักษณะเรื้อรัง ไม่หายขาด แต่สามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้ โดยในปัจจุบันวิธีรักษาโรคเก็บสะสมของนั้นนิยมรักษาอยู่ 2 แนวทาง คือการให้ยาต้านเศร้าแบบพฤติกรรมบำบัด

1. ใช้ยาต้านเศร้า (antidepressant) คุณหมอจะให้ยาต้านเศร้าเพื่อให้เราลดความเครียดและความหมกมุ่นในการสะสมของ อย่างไรก็ตามวิธีนี้ได้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

2. พฤติกรรมบำบัด เป็นหนึ่งในวิธีรักษาอาการทางจิตที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมและค่อนข้างได้ผลพอสมควร ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้เยียวยาอาการของโรคเก็บสะสมของได้ด้วย โดยเป็นวิธีที่มุ่งเน้นฝึกทักษะการตัดสินใจให้ผู้ป่วยสามารถจัดการเก็บหรือทิ้งสิ่งของในครอบครองได้อย่างมีเหตุผลยิ่งขึ้น การจัดกลุ่มข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งฝึกให้ทนได้กับการทิ้งของเหลือใช้ร่วมด้วย

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย , nationtv
เพจเฟซบุ๊ก คุยกับหมอจิ๋ม , สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย , คุณ Pat Hemasuk


เรียบเรียงโดย : อำมฤทธิ์ สุระสังธ์